โรงเรียนเพาะช่าง โรงเรียนสำหรับคนอยากเป็นช่าง

คนจบโรงเรียนเพาะช่าง สมัยก่อนเวลาพูดคำนี้ มักจะโดนมองว่า นักเลง กุ๊ย จบออกมารายได้น้อย ทำงานเป็นจับกัง อนาคตไม่ค่อยมี เด็กเกเร ยกพวกตีกัน ทั้งหมดนี้คือภาพลักษณ์ของคนเรียนเพาะช่างในสมัยก่อน อันที่จริงแล้ว ในสมัยนี้ภาพลักษณ์ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไรนัก แต่มีข้อหนึ่งที่ดูเหมือนว่าภาพลักษณ์เริ่มดีขึ้นในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา นั่นคือ งานช่างกำลังเป็นงานที่ตลาดขาดแคลน โดยเฉพาะช่างเก่งๆ สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ ถ้ามีความสามารถมากพอ และช่างเก่งๆหลายคนก็ผันตัวเองไปเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ มีรายได้ดี เลี้ยงครอบครัวได้เช่นกัน
แต่ในสังคมของโรงเรียนเพาะช่างก็ยังมีภาพลักษณ์ว่า เป็นแหล่งรวมพวกเด็กเกเร พวกเด็กที่ไม่สามารถเรียนในสายสามัญให้ได้เก่งๆ ก็เลยต้องมาเรียนเพาะช่างแทน หรือทางบ้านมีฐานะยากจน จึงต้องมาสายนี้
ที่จริงแล้ว เพาะช่างมีวิชาความรู้หลากหลายสาขา แล้วยังสามารถต่อไปได้ถึงมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในคณะและสาขานี้ได้ เช่นศิลปากร ซึ่งได้ผลิตลูกศิษย์ออกมาเป็นผู้มีคุณภาพในสังคมนับไม่ถ้วน หลายคนได้เป็นถึงศิลปินแห่งชาติ มีผลงานออกไปไกลระดับโลก ผลงานแต่ละชิ้นมีมูลค่าเป็นหลักร้อยล้าน ไม่ว่าจะเป็น อ.ถวัลย์ ดัชนี ผู้ล่วงลับไปแล้ว หรือ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นต้น
คณาจารย์ในสายเพาะช่างเองก็มีความรู้ ความสามารถแน่น แต่ต้องยอมรับว่า เด็กนักเรียนวัยรุ่นนั้นเป็นวัยที่กำลังห้าว คึกคะนอง เลือดร้อน ซึ่งอันที่จริงแล้วก็มีอยู่ในทุกสังคม ต่อให้เป็นในสังคมของเด็กเรียนดีก็ตาม
อีกข้อหนึ่งคือ เด็กที่เรียนในสายศิลป์หรือเพาะช่าง ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ พลังด้านความคิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบ การประดิษฐ์ การปั้น พลังเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ไม่ได้ติดอยู่ในกรอบความคิดทั่วไป จึงไม่แปลกที่เด็กในสายนี้จะเป็นผู้ที่กำลัง แสวงหาตัวตน เมื่ออยู่ในวัยแสวงหา พวกเขาจึงไม่กลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆให้กับตัวเองในชีวิต จนบางครั้งในสายตาผู้ใหญ่ จึงดูเหมือนพวกเขาเป็นเด็กหัวขบถ รักสนุก รวมกลุ่มกันทำเรื่องคึกคะนองเกินไป ทั้งที่จริงแล้วนี่คือธรรมชาติของมนุษย์
ผู้ที่จบสายเพาะช่างในยุคถัดๆไปนี้ อาจจะมีโอกาสประสบความสำเร็จและสร้างฐานะ สร้างรายได้ไม่แพ้คนที่เรียนจบมาทางสายสามัญหรือวิชาการทั่วไป เพราะสิ่งที่ตลาดในยุคนี้เริ่มจะขาดแคลนมากขึ้นเรื่อยๆก็คือ แรงงานในภาคส่วนต่างๆ อีกทั้งทุกวันนี้สายเพาะช่างก็มีเปิดถึงปริญญาตรีแล้ว ไม่ได้มีแค่ระดับปวส.เหมือนแต่ก่อนอีก แต่สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จจะมาหาเราหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวของเราเองแต่คนละครับ