เรียนต่อสายอาชีพกับโรงเรียนพาณิชย์กันดีกว่า

เรียนต่อสายอาชีพ ดีหรือไม่ นี่อาจจะเป็นคำถามยอดนิยมที่ยังจะถามกันต่อไปอีกหลายปี แต่เชื่อหรือไม่ว่าการเรียนต่อสายอาชีพในโรงเรียนพาณิชย์ที่เคยโดนคนในหลายวงการดูถูก มันกำลังจะกลายเป็นตลาดใหญ่ที่จะเข้ามาทดแทนในตลาดแรงงานมากขึ้น
หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ ในยุคสมัยนี้และถัดไป ตลาดแรงงานกำลังต้องการ Specialist หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านแต่ละสาขามากขึ้นเรื่อยๆ สายอาชีพอาจจะเริ่มต้นเงินเดือนน้อยกว่าสายสามัญ แต่โอกาสที่จะพัฒนาความรู้ทักษะจนไปสูงขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนอื่นเราลองมาเปรียบเทียบกันดูสำหรับการเรียนระหว่างสองสาย เพื่อให้คนที่ยังไม่แน่ใจตัวเองได้ศึกษาข้อมูล แล้วอาจจะได้ค้นพบว่าอะไรที่เหมาะกับตัวเองที่สุด เพราะอันที่จริงแล้ว สำหรับคนที่เรียนเก่งหรือมาทางสายวิชาการด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ก็มักจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่า พวกเขาจะเรียนต่อในสายสามัญ หรือสายวิชาการด้านหนึ่งที่มีความถนัด คนที่ยังสับสนจึงมักเป็นคนที่ยังมีผลการเรียนระดับกลางๆ หรืออยากจะออกมาหารายได้เพื่อช่วยเหลือทางบ้านเร็วๆ แล้วเกรงว่าการเรียนในสายสามัญจะต้องเสียเวลานานเกินไป
ก่อนอื่นมาดูข้อเด่นของการเรียนในสายสามัญก่อน จุดแข็งที่สุดคือ งานวิชาการมีความหนักแน่นเหนือกว่าสายอาชีพมาก และหากมีความถนัดด้านวิชาการด้านใดเป็นพิเศษ ก็มีโอกาสก้าวหน้าในงานสูง ทั้งราชการ เอกชน หรือสำหรับคนที่จะออกมาทำธุรกิจด้วยตนเอง นอกจากนี้ ต้องยอมรับว่าคนส่วนมากที่เรียนต่อในสายนี้คือผู้ที่ทางบ้านมีฐานะค่อนข้างดี ก็จะมีโอกาสสร้างเครือข่ายและคอนเนกชั่นในวงสังคมของผู้มีฐานะระดับใกล้เคียงกัน โอกาสในทางธุรกิจก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย ถ้าออกมาทำธุรกิจส่วนตัวเร็ว แต่ถ้าเรียนแค่ระดับมัธยมปลายหรือม.6 จะไม่สามารถแข่งขันกับพวกที่เรียนจนระดับ ปวช.หรือสายอาชีวะได้เลย
ส่วนคนที่เรียนทางสายอาชีพ พาณิชย์ อาชีวะ คือเน้นวิชาชีพเป็นหลัก ตัวอย่างของงานสายนี้ที่พบบ่อยคือ งานบัญชี เลขาธิการ จบออกมาแล้วรับรองได้เลยว่า “มีงานทำแน่นอน” แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ำก็ตาม แต่ตำแหน่งงานพวกนี้มีความจำเป็นสำหรับภาครัฐและเอกชน แล้วเป็นงานที่คนเรียนพาณิชย์ได้ฝึกฝนตัวเองมาหลายปี ในขณะที่คนเรียนสายสามัญยากที่จะสู้ในเรื่องพวกนี้กับสายพาณิชย์ได้ อีกทั้งคนที่จบปวช. หากไปต่อปวส.อีก 2 ปี แล้วมีโอกาสหาทางเรียนต่อเพื่อเอาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย ก็เท่ากับ Profile ที่เด็กเรียนจบสายสามัญจะไม่สามารถแข่งขันได้เลยในบางสายงาน เพราะถือว่า พวกนี้มีประสบการณ์และพร้อมทำงานได้ทันที ในสายงานเฉพาะเหล่านี้
สุดท้ายแล้ว การเรียนแต่ละสายก็มีข้อดีเด่นที่แตกต่างกันไป แน่นอนว่าย่อมขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของผู้เรียนและตัวตนหรือความถนัดของคนผู้นั้นด้วยว่า เก่งเรื่องอะไร มีความพร้อมด้านการเงินแค่ไหน อยากเรียนและออกมาใช้ชีวิตแบบไหน ในยุคต่อไปนี้ จะเรียนอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า เราเก่งในด้านนั้นจริงแค่ไหน แล้วสามารถนำไปต่อยอดเพื่อรายได้หรือไม่ ถ้าเรามีความเก่งในสายงานของตัวเองจริง ก็ไม่ต้องไปกลัวครับ